club club club club

ฉัตรชัย นาควิจิตร : เทพเจ้าลีกรากหญ้าผู้พาทีมเลื่อนชั้น 6 ครั้ง

6 Apr 2018
Scoop

Read: 8950

 
 

ณ วินาทีนี้ ฟุตบอลลีกรากหญ้าเมืองไทย คงไม่มีใครจะร้อนแรงไปกว่า “เจ้าหนุ่ม” ฉัตรชัย นาควิจิตร ดาวยิงสโมสรเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ของศึกออมสิน ลีกโปร (T3) ฤดูกาลนี้อีกแล้ว เมื่อเขานำเป็นดาวซัลโวของลีกจากการยิงไป 7 ประตู (สิ้นสุดสัปดาห์ที่ 8)
 
“หนุ่ม” ฉัตรชัย นาควิตร อดีตนักเตะของ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอลลีกล่างเมืองไทย การมีส่วนสำคัญในการพาต้นสังกัดของตนเองเลื่อนชั้นสู่ลีกที่สูงกว่าได้ถึง 6 ครั้ง ตลอดการค้าแข้ง ก็เป็นเครื่องการันตีว่า เขาคนนี้ “เทพเจ้าลีกรากหญ้า” ตัวจริงเสียงจริง
 
ผลงานคว้าดาวซัลโวฟุตบอล 7 สี 2 สมัย (2005, 2006) ของ ฉัตรชัย นาควิจิตร ทำให้ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ยื่นสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรกให้กับเขา แต่การที่พวกเขาเต็มไปด้วยแข้งแนวรุกแถวหน้าเมืองไทย ทำให้ ฉัตรชัย ไม่มีโอกาสได้ลงสนามเท่าที่ควร ก่อนถูกส่งไปให้กับ “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ทีมในศึกดิวิชั่น 2 ยืมตัว
 
เลื่อนชั้น ครั้งที่ 1
 
ที่นี่เอง ก็ทำให้ชื่อของ “หนุ่ม” ฉัตรชัย นาควิจิตร แจ้งเกิด หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ด้วยการยิงไป 12 ประตูนำเป็นดาวซัลโวของการแข่งขันหลังจบเลกแรก ซึ่งฟอร์มอันร้อนแรงของเขาก็ทำให้ต้นสังกัดอย่าง บีอีซี เทโรศาสน ดึงตัวกลับสู่ในทันที ทำให้เขาพลาดการช่วย “กิเลนผยอง” ในเลกที่สอง แต่ เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ก็จบด้วยตำแหน่งแชมป์ดิวิชั่น 2 ปี 2007
 
การกลับสู่ถิ่น “มังกรไฟ” เขาได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมในไทยลีกเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น เมื่อเกมที่ บีอีซี เทโร บุกไปเอาชนะการไฟฟ้าฯ ที่สนาม สพล.ชลบุรี  เมื่อ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 50 ฉัตรชัย นาควิจิตร ถูกส่งลงสนามในช่วงท้ายเกม แต่ถูกนักเตะการไฟฟ้าฯเสียบสกัดจนได้รับบาดเจ็บขาหัก 2 ท่อน นี่คือการบาดเจ็บหนักครั้งที่สองของเขาในการเล่นฟุตบอล หลังเคยบาดเจ็บหนักๆ มาแล้ว เมื่อสมัยเล่นฟุตบอลนักเรียน
 
เลื่อนชั้น ครั้งที่ 2
 
หลังจากได้รับบาดเจ็บหนัก ฉัตรชัย นาควิจิตร ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บนานเกือบปี กระทั่งหายเจ็บกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง “มังกรไฟ” บีอีซี เทโร ก็ส่งเขาให้กับ “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ยืมตัวอีกครั้ง ในเลกสองฤดูกาล 2008 แม้ว่าสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อยดีนัก แต่ “เจ้าหนุ่ม” ฉัตรชัย นาควิจิตร ก็ทำผลงานได้ดี และมีส่วนในการพาเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในปีดังกล่าว และสัญญาของเขากับ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ก็หมดลงพอดี
 
เลื่อนชั้น ครั้งที่ 3
 
แม้ไม่ได้ไปต่อกับ “กิเลนผยอง” ในการก้าวมาเล่นลีกสูงสุดปีแรก แต่ชื่อของ ฉัตรชัย นาควิจิตร ก็ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในเมืองไทย ทั้งจากไทยลีกและดิวิชั่น 1 เข้าแล้ว และไม่น่าเชื่อเมื่อเขาปฎิเสธข้อเสนอจากทีมในลีกสูงสุด เพื่อเดินทางขึ้นเหนือไปเซ็นสัญญากับ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งทีม
 
“กว่างโซ้งมหาภัย” เวลานั้นเต็มไปด้วยแข้งดีกรีอดีตไทยลีกเต็มทีม และก็คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ มาครองก่อนจะคว้าอันดับ 2 ในการเล่นรอบมินิลีก คว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ และ “เจ้าหนุ่ม” ฉัตรชัย นาควิตร ก็กลายเป็นแข้งขวัญใจแฟนบอลเชียงราย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  
 
เลื่อนชั้น ครั้งที่ 4
 
การเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำให้พวกเขาเสริมนักเตะฝีเท้าดีเข้าสู่ทีมหลายคน แข้งตัวหลักในดิวิชั่น 2 เริ่มถูกดรอปลงไปนั่งสำรอง แต่ไม่ใช่กับ ฉัตรชัย นาควิจิตร ที่ยังคงเป็นกำลังหลักของทีมในแนวรุก สุดท้าย “กว่างโซ้งมหาภัย” คว้าอันดับ 3 ของฟุตบอลดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2010 พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้เป็นครั้งแรกของสโมสร และนี่ก็คือการเลื่อนชั้นครั้งที่ 4 ของเขา
 
เลื่อนชั้น ครั้งที่ 5
 
การก้าวมาเล่นบนลีกสูงสุดครั้งแรกอย่างเต็มตัวของ ฉัตรชัย นาควิจิตร ยังได้รับโอกาสลงสนามสม่ำเสมอ แม้ถูกปรับบทบาทให้เป็นตัวทีเด็ดในช่วงท้ายเกมซะเป็นส่วนใหญ่ กระทั่งโอกาสในการลงสนามเขาก็เริ่มลดน้อยลงเมื่อ “กว่างโซ้งหมาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เสริมผู้เล่นฝีเท้าดีในแนวรุกมาเพิ่มอีกหลายคน สุดท้าย ฉัตรชัย ถูกปล่อยให้กับ เชียงใหม่ เอฟซี ยืมตัวในฤดูกาล 2013
 
การกลับมาเล่นในลีกล่างสุดอีกครั้งของ ฉัตรชัย นาควิจิตร ก็เหมือนงานถนัดของเขา โดยระเบิดฟอร์มสุดยอดยิงไป 27 ประตูพาเชียงใหม่ เอฟซี คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ ก่อนไปยิงอีก 5 ลูกในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก พาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 รวมแล้วฤดูกาลดังกล่าวเขายิงไป 32 ประตู นั้นก็ทำให้เขาถูก “กว่างโซ้งมหาภัย” เรียกตัวกลับสู่ทีม
 
เลื่อนชั้น ครั้งที่ 6  
 
กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแต่...เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจ เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่โชคร้ายที่สุดของหนึ่งของวงการลูกหนังไทย เมื่อ ฉัตรชัย นาควิจิตร ได้รับบาดเจ็บหนักครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ก็เอ็นเข่าด้านซ้ายขาด ทำให้เขาต้องพักรักษาตัวนานกว่า 6 เดือน กระทั่งหายเจ็บกลับมาร่างกายก็ไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่ด้วยหัวใจที่ยังสู้ เขาก็เลือกที่จะค้าแข้งต่อไป
 
ฉัตรชัย นาควิจิตร เลือกลงมาเล่นในดิวิชั่น1 หรือไทยลีก 2 ในปัจจุบัน กับ เชียงใหม่ เอฟซี ซึ่งเขาก็เป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด และยิงประตูให้กับทีมได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่สัญญาของเขาจะหมดลงในปี 2016 ฉัตรชัย นาควิจิตร ก็เลือกลงไปเล่นในลีกล่างสุดอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ก็คือ ไทยลีก 4 (T4) กับ เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด
 
และก็กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของ “เจ้าหนุ่ม” ฉัตรชัย นาควิจิตร ในการลงมาเล่นลีกล่างสุดของประเทศ เขาการันตีความสำเร็จให้กับทีมแบบ 100% เมื่อจัดการยิงไป 20 ประตูในไทยลีก 4 ให้กับ เจแอล เชียงใหม่ จนคว้าแชมป์โซนภาคเหนือ ก่อนเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ และเลื่อนชั้นสู่ ออมสิน ลีกโปร (T3) ได้สำเร็จ ซึ่งนี่ก็เป็นการพาทีมเลื่อนชั้นครั้งที่ 6 ของเจ้าตัว
 
ตามล่า ครั้งที่ 7
 
และในขณะนี้ ฉัตรชัย นาควิตร ก็กำลังทำผลงานได้ดีใน ออมสิน ลีกโปร (T3) ร่วมไปถึงต้นสังกัดของเขา ที่เกาะกลุ่มหัวตารางคะแนนตอนบนของประเทศ ได้ลุ้นเลื่อนชั้นแบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ซึ่งหากดูขุมกำลังของ เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ก็จัดกว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งของตอนบน เท่ากับว่า โอกาสเลื่อนชั้นของพวกเขาก็มีสูงทีเดียว และหากเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลพวกเขาทำได้สำเร็จ ก็จะเป็นการเพิ่มสถิติพาทีมเลื่อนชั้นให้กับ ฉัตรชัย นาควิจิตร

“นั่นคือเป้าหมายของทีมเรารวมถึงตัวผมในปีนี้ ผมจะพยายามทำเต็มที่ให้ เจแอล เชียงใหม่ เลื่อนชั้นให้ได้” ฉัตรชัย นาควิจิตร กล่าวกับเว็บไซต์ไทยลีก


Latest Scoop

GSB

Coke Sponsor True Sponsor True Sponsor Coke Sponsor Chang Sponsor Coke Sponsor