club club club club

5 เกมสุดเดือด บิ๊กแมตช์เมืองไทย ‘กิเลนผยอง” ปะทะ ‘ปราสาทสายฟ้า’

14 Sep 2018
Scoop

Read: 10076

 
 

วนมาอีกครั้งสำหรับซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ฟุตบอลไทยระหว่างการดวลแข้งกันของ 2 ทีมมหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยอย่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั้งประเทศ

ก่อนที่ทั้งสองทีมจะคิกออฟกันในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย.นี้ เราไปดู 5 เกมสุดเดือดระหว่างทั้งสองเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อนกันก่อน

จุดเริ่มต้น

บุรีรัมย์ พีอีเอ 1-0 เมืองทอง ยูไนเต็ด (31 ธ.ค.54)

ย้อนกลับไปในค่ำคืนเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (31 ธ.ค.2554) บุรีรัมย์​เป็นหนึ่งในจังหวัดที่จัดกิจกรรมเหมือนกับเมืองอื่นๆทั่วประเทศ แต่ที่พิเศษกว่านั้น พวกเขาได้เนรมิตงานฉลองแชมป์ไทยลีกขึ้น เพื่อให้แฟนบอลชาวจังหวัดบุรีรัมย์​มาร่วมแสดงความยินดีกับขุนพลนักเตะ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์​ พีอีเอ

ทุกอย่างพร้อมหมด แต่...ไม่มีถ้วยแชมป์ในวันงาน แม้จะมีความพยายามเจรจาเรื่องดังกล่าวก็ตาม สุดท้ายเกมระหว่าง บุรีรัมย์​ พีอีเอ พบกับ เมืองทอง ยูนไนเต็ด ไม่มีพิธีการใดๆหลังจบเกม

แม้ว่าบุรีรัมย์​ พีอีเอ จะได้แชมป์ไปแล้ว แต่การเจอกันของทั้งคู่ก็ยังมีเรื่องของศักดิ์ศรีเข้ามาเอี่ยว ตลอด 90 นาที ทั้งสองทีมก็ใส่กันแบบเต็มร้อยไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะเป็น เจ้าถิ่นที่ได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จาก บูบา อับโบ้ ให้บุรีรัมย์ เฉือนชนะ 1-0

ระฆังยกที่หนึ่ง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (30 พ.ค.55)

5เดือนหลังจากจุดเริ่มต้นความบาดหมางเริ่มขึ้น ทั้งสองทีมโคจรมาพบกันอีกครั้งในเกมลีกสูงสุด และเป็นที่เก่าเวลาเดิม “ปราสาทสายฟ้า” ที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดรังนิวไอโมบาย สเตเดี้ยม (ช้างอารีนา ในปัจจุบัน) แชมป์เก่าต้อนรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง

บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความระอุจากกองเชียร์ทั้งสองฝั่งที่มีการตะโกนโห่เข้าใส่นักเตะฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา รวมไปถึงนักเตะในสนามที่ใส่กันแบบถึงลูกถึงคนชนิดที่ไม่รู้โกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน

เจ้าถิ่นออกนำก่อน ใน น.50 จาก สุริยา ดอมไธสง ก่อนที่ ทีมเยือนจะตามตีเสมอในนาทีสุดท้ายของเกม จาก จักรพันธ์ พรใส และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนักเตะทั้งสองทีมก็มีการปะทะกัน ทำให้เกมต้องหยุดไปหลายนาที สุดท้าย จักรพันธ์ แก้วพรม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ (เอสซีจี เมืองทอง) ถูกผู้ตัดสินไล่ออกเพื่อไประงับสติอารมณ์นอกสนาม

และนี่ก็คือเกมเดือดแรกอย่างเป็นทางการในการเจอกันของทั้งสองทีม ที่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองทีมต่างก็ไม่ยอมกัน

เดือดทั้งในและนอกสนาม

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (20 ส.ค.57)

มากันที่หนึ่งในเกมที่เดือดที่สุดของการพบกันระหว่างทั้งสองทีม ก็ย้อนกลับไปในไทยลีกฤดูกาล 2014 ที่ปีดังกล่าวทั้งสองทีมเจอกันถึง 4 ครั้งจากทุกรายการ โดยเกมที่เรากำลังพูดถึงก็คือ เกมที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ในวันที่ 20 สิงหาคม 2557

อันเดรส ตูเญซ ยิงให้ “ปราสาทสายฟ้า” นำก่อนใน น.35 ที่เป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเฉือนเอาชนะ 1-0 โดยเกมนี้ อนุวัตร ฝีมือช่าง ผู้ตัดสินควักใบเหลืองแจกนักเตะเพื่อระงับความเดือดถึง 10 ใบ และ 2 ในนั้นก็คือการแจกให้กับ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ที่เจ้าตัวถูกเชิญออกนอกสนามใน น.60 ทำให้บุรีรัมย์ เสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่นนานครึ่งช่วงโมงในเกมดังกล่าว

การถูกไล่ออกเกมดังกล่าวของ “เจ้าอุ้ม” ก็คือการถูกไล่ออกครั้งที่สองติดต่อกันในการเจอกันของทั้งสองทีมในเกมลีก หลังจากก่อนหน้านั้นในเกมที่บุรีรัมย์ เปิดบ้านเสมอ เมืองทอง 0-0 (10 พ.ค.57) เขาก็ถูกไล่ออกมาแล้ว

ความเดือดในสนามที่ว่าระอุแล้ว นอกสนามก็ระอุไม่แพ้กัน เมื่อมีการข่มขวัญกันของกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม รวมไปถึงตลอดทั้งเกมก็มีการปะทะคารมกันของแฟนบอลทั้งสองทีมในสนามอยู่ตลอดเวลา และหลังจบเกม แฟนบอลเจ้าถิ่นบางส่วนที่ไม่พอใจผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น ก็พยายามปิดทางออกไม่ให้รถนักเตะของ “ปราสาทสายฟ้า” ออกจากสนาม

ปราสาทสายฟ้าแพ้ครั้งแรก

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-3 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (27 เม.ษ.59)

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถือสถิติไร้พ่าย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาโดยตลอด ถึงกับมีคนเปรียบทั้งสองทีมว่าเป็น “งูเหลือมกับเชือกกล้วย” หรือแม้กระทั่งแฟนบอลบุรีรัมย์มีวดีเด็ดที่ว่า “แพ้ใครก็ได้แต่ไม่แพ้เมืองทอง”

แต่ศึกคราวนี้ “กิเลนผยอง” ที่เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องตัวผู้เล่นที่แทบจะยกตัวหลักทีมชาติมาเล่นแบบครบทีม มีเพียง 3 นักเตะต่างชาติอย่าง อาโอยามา,มาริโอ อบรานเต้ และ เคลตัน ซิลวา ที่ไม่ใช้ทีมชาติเท่านั้น

เอสซีจี เมืองทอง แทบจะปิดเกมตั้งแต่ครึ่งแรก หลังจากบุกไปนำ 3-0 จาก เคลตัน ซิลวา น.9,น.38 และ อดิศักดิ์ ไกรษร น.17 โดยครึ่งหลังที่บุรีรัมย์ พยายามโหมบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรทีมเยือนได้ ก่อนแพ้ไปด้วยสกอร์นี้ ซึ่งอีกหนึ่งสามารถที่ ปราสาทสายฟ้า แพ้คู่รักคู่แค้นเป็นครั้งแรกด้วยสกอร์ที่ค่อนข้างขาด ก็มาจากการไร้ชื่อ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต กองหน้าตัวเก่งของทีม

เกมที่อาจจะดูขาดลอย แต่ความสนุกในเกมก็ยังเต็มร้อยเหมือนเดิม เมื่อบรรยากาศการขับเคี่ยวกันของนักเตะทั้งสองทีมที่ใส่กันแบบเต็มสูบ แถมบรรยากาศในสนามก็มีการสาดคารมของแฟนบอลทั้งสองฝั่งอยู่ตลอดทั้งเกม รวมไปถึงหลังเกมที่มีความวุ่นวายเล็กน้อยตามสไตล์บิ๊กแมตช์แห่งฟุตบอลเมืองไทยยุคนี้

ธีราทรเจอทีมเก่า

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (24 ก.ค.59)

นี่คืออีกหนึ่งเกมสุดเดือด! ระหว่างทั้งคู่ เกิดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ที่เหินห่างแชมป์ลีกสูงสุดไปนาน 3 ปี หวังจะเก็บชัยชนะเพื่อแซงขึ้นนำจ่าฝูงให้ได้ ส่วน “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ก็ต้องการแก้แค้น หลังจากในเลกแรก พวกเขาแพ้คาบ้าน 0-3

ที่สำคัญนี่คือเกมนัดแรกที่ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เจอกับทีมเก่า แน่นอนตลอด 90 นาที แฟนบอลทีมเยือนตะโกนโห่เข้าใส่ตลอดที่บอลอยู่ในเท้าของเขา หรือเวลาที่เดินไปใกล้แฟนบอล “ปราทสาทสายฟ้า”

เกมดังกล่าวมี 5 ประตูเกิดขึ้น โดยเป็นเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะ 3-2 ได้ประตูจาก ชนาธิป สรงกระสินธุ์ น.45+2, สารัช อยู่เย็น น.54 และ เคลตัล ซิลวา น.77 ส่วน บุรีรัมย์​ ได้ประตูจาก ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต น.17 และ อนนท์​ อมรเลิศศักดิ์ น.87

และชัยชนะของ เอสซีจี เมืองทอง ก็ทำให้พวกเขาแซงกลับไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูง ก่อนจะเข้าป้ายคว้าแชมป์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

 



Toyota Sponsor

Coke Sponsor Chang Sponsor Coke Sponsor True Sponsor GSB True Sponsor Coke Sponsor