club club club club

เจษฎาพร ยงยิ่งพูน : ดาวรุ่ง T4 ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ครูไซไร่

11 Mar 2018
Scoop

Read: 7435

 
 

นักฟุตบอลไทยกับฟุตบอลบราซิล เป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกิน…

อดีตที่ผ่านมามีเพียง วีรยุทธ จิตรขุนทด และอิทธิพล พูลทรัพย์ ที่ได้ไปชุบตัวฝึกซ้อมกับเซา เปาโล สโมสรยักษ์ใหญ่แดนแซมบ้าเป็นเวลา 8 เดือน แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีดาวรุ่งไทยหน้าไหน ได้โอกาสไปแบบจริงจัง

อย่างไรก็ตามมีดาวรุ่งในลีกล่างบ้านเราปัจจุบันอยู่คนหนึ่งที่เคยสัมผัสเกมลูกหนังแบบฉบับแซมบ้าขนานแท้เป็นเวลา 1 ปีเต็ม… แต่เพราะอะไรทำให้วันนี้เขามาค้าแข้งกับสมุทรปราการ เอฟซี ในศึกออมสิน ลีก (ไทยลีก 4) ? พบกับเรื่องราว และเส้นทางลูกหนังของ เจษฎาพร ยงยิ่งพูน หรือชื่ออังกฤษของเขา “ไคล์ โคแซค” ได้ที่นี่


 

ช่วยเล่าถึงพื้นเพทางครอบครัวหน่อยครับ

"ผมเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ครับ ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่แคนาดาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ พ่อของผมเป็นชาวแคนาดา ส่วนแม่เป็นคนไทย ชื่อไทยของผม เจษฎาพร ก็เป็นแม่นี่แหละที่ตั้งให้ นามสกุล ยงยิ่งพูน ก็คือนามสกุลของแม่ครับ ส่วนชื่อฝรั่งของผมคือ ไคล์ โคแซค (Kyle Kozak) ด้วยเหตุนี้ผมเลยมี 2 สัญชาติ ไทย-แคนาดา ก็ถือพาสปอร์ตของทั้งสองชาติเลยครับ"



เริ่มต้นเล่นฟุตบอลได้อย่างไร และประสบการณ์ฟุตบอลในวัยเด็กเป็นอย่างไรบ้าง

"ผมเริ่มหลงรักในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็กๆ เริ่มจากการดูลูกพี่ลูกน้องของผมเล่นในละแวกหมู่บ้านกับที่โรงเรียน พอย้ายไปแคนาดาก็เริ่มจากการเล่นเอาสนุก ก่อนลงเอยด้วยการหาสโมสรสังกัด ซึ่งการเล่นที่นั่นก็ยากเอาเรื่องนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประเทศมีหิมะตกถึง 6 เดือนต่อปีเนี่ย"

แล้วเหตุใดถึงได้ไปฝึกฟุตบอลที่บราซิลได้

"
ก่อนอื่นผมต้องขอแก้ไขข้อมูลที่ทุกคนอาจเข้าใจผิดก่อนว่า จริงๆ แล้ว ผมได้ไปฝึกฟุตบอลกับสโมสร ครูไซโร่ ไม่ใช่ โครินเธียนส์ อย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ปี 2012 ตอนผมอายุ 16 ปี มีแมวมองมาชมฟอร์มการเล่นขอผมที่แคนาดา แล้วก็พาผมไปเข้าอคาเดมี่ของ ครูไซโร่ อยู่ 1 ปี ถือเป็นอะไรที่เกินฝันครับ เพราะผมเป็นแฟนฟุตบอลสไตล์บราซิลอยู่แล้ว แถมยังได้ไปอยู่กับสโมสรที่เป็นจุดกำเนิดของ โรนัลโด้ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่นั่นด้วย"



1 ปีที่นั่นได้สอนอะไรคุณบ้าง

"
ผมเรียนรู้ฟุตบอลของจริงก็ที่บราซิลนี่แหละ ผู้เล่นทุกคนต่อต่อสู้อย่างจริงจังในทุกวันเพื่อการได้ลงสนามแข่งจริง ความเข้มข้นและกดดันที่นั่นสูงมาก แต่มันก็ทำให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญคือการต้องมาอยู่คนเดียวไกลบ้านตั้งแต่อายุเพียงแค่นี้ถือเป็นเรื่องท้าทายมาก ก็ต้องสู้เท่านั้นล่ะครับ และนั่นทำให้ผมเข้าใจเลยว่า การจะไปถึงฝั่งฝันได้ต้องเสียสละและทำงานหนักแค่ไหน"

อะไรคือเหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุดตอนอยู่กับครูไซโร่

"
หนึ่งในเหตุการณ์ประทับใจที่สุดของผม จริงๆ มันเกิดขึ้นนอกสนามนะ เพราะผมได้ไปดู เนย์มาร์ ไอดอลของผมที่นำ ซานโต๊ส ต้นสังกัดในขณะนั้นมาเยือน ครูไซโร่ เขาสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาก และจะไม่ลืมเหตุการณ์วันนั้นเลย"

หลัง 1 ปีที่นั่นผ่านไป คุณออกล่าฝันในเส้นทางสายลูกหนังอย่างไรบ้าง

"
หลัง 1 ปีที่ครูไซโร่ ผมก็บินไปที่โปรตุเกสเพื่อหวังเข้าอคาเดมี่ของที่นั่น เริ่มจากที่ เบนฟิก้า แต่ผมดันป่วยหนัก 1 สัปดาห์ก่อนวันทดสอบฝีเท้า ผลลัพธ์ก็เลยออกมาไม่เป็นอย่างหวัง หลังจากนั้นก็ไปที่ บราก้า แต่ก็ไม่ผ่านอีก เหมือนดวงผมไม่สมพงศ์กับที่นั่นเท่าไหร่ แล้วผมก็มาที่ไทย ได้ร่วมทีม บีอีซี เทโรศาสน ชุดยู-19 ในรายการโค้กคัพ

หลังรายการโค้กคัพจบ ผมก็กลับไปที่แคนาดาอีกครั้งเพื่อเรียนให้จบไฮสคูลกับหาทีมเล่นที่นั่น แต่หลังจากนั้นผมก็กลับมาที่ไทยอีกครั้ง เข้าไปทดสอบฝีเท้ากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดยู-19 แต่โชคร้ายที่ผมได้รับบาดเจ็บเอ็นเข่าฉีก ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้จริงๆ เหตุการณ์นั้นทำให้ผมต้องกลับไปรักษาตัวที่แคนาดาอยู่ร่วมปี"



หลังหายเจ็บแล้วอย่างไรต่อ

"
หลังรักษาจนหายขาด ผมก็กลับมาที่ไทยอีกครั้ง แต่เนื่องจากตอนนั้นผมไม่รู้จักใครเลย ก็ต้องไปทดสอบฝีเท้า คัดตัวกับทีมต่างๆ สุดท้ายก็เป็น นครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด ในไทยลีก 4 ที่เซ็นสัญญากับผม คือสถานการณ์ตอนนั้นมันก็ลำบากน่ะนะ แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าทำงานหนักและผลลัพธ์ออกมาดี ยังไงก็ต้องมีคนเห็น และทำให้ผมก้าวไปอีกขั้นได้ แต่พอจะเข้าสู่เลกสอง ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนของฝ่ายบริหาร ซึ่งโละนักเตะชุดเดิมเกือบยกทีม ผมก็เลยไม่มีทีมจะเล่น"

เจอกับเรื่องไม่ดีเท่าไหร่เลยนะครับ แล้วทำอย่างไรต่อ

"
ครับ แต่ถึงเจอเหตุการณ์ในแง่ลบแค่ไหน ผมก็บอกกับตัวเองให้คิดบวกเข้าไว้ และทำงานหนักต่อไป ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนของผมก็ทราบข่าว เลยถามผมว่า สนใจจะไปทดสอบฝีเท้ากับ ขอนแก่น เอฟซี ในไทยลีก 3 หรือไม่ ผมก็ไป สุดท้ายก็ได้ติดทีมในเลกสอง"

ช่วงเวลาที่ขอนแก่นเป็นอย่างไรบ้าง

"
ช่วงที่อยู่กับขอนแก่นนั้นถือเป็นประสบการณ์สุดวิเศษ แถมทีมยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คว้าแชมป์ไทยลีก 3 ตอนบน และเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ กับที่นั่น ผมประทับใจโค้ชจุ่น (อนุรักษ์ ศรีเกิด) มากครับ เขาสอนผมมากมาย ถือเป็นโค้ชที่ดีที่สุดที่ผมเคยพบมาเลย เขามีทั้งความมุ่งมั่น และทำงานหนัก มันทำให้ทุกคนพร้อมสู้ในทุกๆ วัน"



เกิดอะไรขึ้นถึงทำให้คุณย้ายมาอยู่กับสมุทรปราการ เอฟซี ในฤดูกาลนี้

"
เนื่องจากผมไม่อยู่ในแผนการทำทีมของขอนแก่นในฤดูกาลนี้ ก็จำเป็นต้องหาทีมใหม่อีกครั้ง สิ่งสำคัญสำหรับผมในเวลานี้คือการได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำคัญมากกับตำแหน่งกองหน้าอย่างผม ท้ายที่สุดก็มาลงเอยกับ สมุทรปราการ เอฟซี ซึ่งฤดูกาลนี้พวกเราก็เหนื่อยหน่อยครับ แต่ผมก็มีความสุขนะที่ได้ทำสิ่งที่รักในทุกๆ วัน"

ตอนนี้เราเห็นนักเตะไทยหลายคนออกไปเล่นในต่างประเทศ ในฐานะที่คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน มองปรากฎการณ์นี้อย่างไร และคุณคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญกับการออกไปเล่นต่างแดน

"
ผมว่ามันวิเศษนะที่ได้เห็นนักเตะไทยไปเล่นในต่างประเทศ ผมตามผลงานของทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ทางออนไลน์ เห็นพัฒนาการของพวกเขาแล้วรู้สึกตื่นเต้น ส่วนตัวผมมองว่าการเล่นในต่างประเทศมีข้อดีตรงที่คุณจะต้องออกจากคอมฟอร์ทโซน และผลักดันตัวเองสู่ระดับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งมันดีทั้งกับตัวนักเตะเองและภาพรวมด้วย

การจะไปเล่นที่ต่างประเทศได้ ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดเลยคือทัศนคตินะ คุณต้องกระหายที่จะดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วัน และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ"



ครับ ขอบคุณที่สละเวลาพูดคุยกับเรา ก็ขอให้ทำประตูแรกกับต้นสังกัดใหม่ได้ไวๆ ครับ

ขอบคุณครับ อย่างไรก็ติดตามผมได้ทางอินสตาแกรม @kylejkozak นะครับ


Latest Scoop

Toyota Sponsor

Coke Sponsor Chang Sponsor Coke Sponsor True Sponsor GSB True Sponsor Coke Sponsor